เทคนิค วิธี ขับรถ เกียร์ ธรรมดา และ ออโต้ ขึ้น เขา ลง ดอย ให้ปลอดภัย

Share on Facebook0Share on Google+0Tweet about this on Twitter

 

ดอยอินทนนท์,ดอยอ่างขาง,ดอยแม่สลอง,ภูชี้ฟ้า,ผาตั้ง,ภูทับเบิก,เขาใหญ่ ฯลฯ สถานที่ยอดนิยม เป็นแหล่งท่องเที่ยวยอดฮิต ยอดนิยม ของนักท่องเที่ยว เมื่อใกล้จะย่างก้าวเข้าสู่ฤดู หนาว ที่หลาย ๆ คนชื่นชอบและรอคอย เพื่อเตรียมตัวออกไปท่องเที่ยว ตามสถานที่ต่าง ๆ ส่งท้ายปีเก่า สถานที่ยอดนิยมคงไม่พ้น จังหวัดทางภาคเหนือ อีสาน หรือจังหวัดที่มีป่าไม้ภูเขาและดอยสูง ซึ่งพื้นที่สูงทั้งหลายเหล่านี้จะมีอากาศเย็นมากกว่าพื้นราบ และบางสถานที่อาจจะแถมทะเลหมอกยามเช้าให้ได้ตื่นตาตื่นใจกันอีกด้วย สถานที่เหล่านั้นจึงเป็นสถานที่เป้าหมายให้ผู้ชื่นชอบไปสัมผัสกัน และที่สำคัญมากที่สุดคือ ต้องไปกลับให้ปลอดภัย เพราะวันที่เราไปเที่ยวหาความสุขกัน ก็มีคนที่รอการกลับมาของเราอยู่ข้างหลังเสมอ เพราะฉะนั้นการเดินทางอย่างปลอดภัยด้วยการขับรถจึุงเป็นเรื่องสำคัญมาก ลองมาดูวิธีขับรถ ขั้นเขา ลงเขา ให้ปลอดภัยกันดีกว่า

เทคนิค ขับรถ ขึ้น ลง เขา

การขับขึ้นรถขึ้นเขา และการเตรียมความพร้อม

  • อย่าให้มีสิ่งของใด ๆ มาวางอยู่บริเวณพื้นรถยนต์ด้านคนขับ เช่น ขวดน้ำ รองเท้า ฯลฯ (เพราะมันอาจจะไปกีดขวางระบบเบรคหรือคันเร่ง) หรือแม้แต่วางสิ่งของอยู่ตรงคอนโซลกลางแบบไม่เรียบร้อย เพราะข้าวของต่าง ๆ เหล่านั้นอาจร่วงหล่นมาที่พื้นรถยนต์ด้านคนขับได้เช่นกัน เนื่องจากแรงเหวี่ยงขณะเลี้ยวรถ
  • ปรับเบาะให้เรียบร้อย แล้วแต่ความถนัด แต่ควรจะปรับเบาะให้สูงกว่าปกติเล็กน้อย เพื่อช่วยเพิ่มมุมมองในการมองเห็นในทางเนิน
  • ก่อนขับรถขึ้นเขา ต้องมีน้ำมันในถังเพียงพอ “เอาเป็นว่าเติมเต็มถังปลอดภัยสุด” เนื่องจากถ้าน้ำมันในถังมีน้อยเกินไป อาจจะส่งผลต่อ อุปกรณ์ส่งน้ำมันในถังน้ำมันเข้าระบบเครื่องยนต์ โดยเฉพาะเมื่อเราอยู่ในพื้นที่ลาดชัน
  • ถ้าอากาศเย็น ไม่จำเป็นต้องเปิดแอร์ก็ได้ เพราะแอร์จะฉุดกำลังเครื่องยนต์ทำให้เครื่องยนต์รับภาระมากขึ้น
  • การขับรถขึ้นทางชันควารใช้เกียร์ 1-2 (D1-D2) ไม่ว่าจะเป็นเกียร์ ธรรมดา หรือ ออโต้
  • ในขณะขึ้นทางชันควรเหยียบคันเร่ง ให้ความเร็วสม่ำเสมอ โดยส่วนใหญ่ก็ใช้เกียร์ 2 (D2) ถ้ารถเริ่มอืดไม่ไหวค่อยเปลี่ยนเป็นเกียร์ 1 (D1) *** ในกรณีที่ขึ้นทางชันมาก ๆ การปิดแอร์ จะช่วยให้กำลังเครื่องยนต์มีมากขึ้นอย่างเห็นได้ชัด
  • ถ้าเราขับรถอยู่ในช่วงพื้นราบ หรือลงเนินเขามา แล้วมีเนินเขาชันอยู่ข้างหน้า เราก็สามารถใช้ เกียร์ 3 หรือ 4 แล้วเหยียบคันเร่งเพื่อเพิ่มความเร็วรถเพื่อส่งรถขึ้นเนินได้เช่นกัน  ** แต่ต้องระมัดระวัง ถ้าบนเนินชันมีโค้งหักศอก อาจทำให้รถแหกโค้งได้ แต่ถ้าไม่มั่นใจใช้เกียร์ 2 ได้ยาว ๆ ไปไม่ต้องรีบร้อน
  • การจอดรถทางชันไม่ว่า จะขาขึ้นหรือขาลง ต้องจอดให้ชิดริมซ้ายขอบถนน (ดึงเบรคมือ,ถ้าชันมากให้หาก้อนหินมารองล้อรถไว้เพื่อช่วยลดภาระไม่ให้เบรคมือทำงานหนักจนเกินไป,ถ้าดับเครื่องเราอาจจะเข้าเกียร์ 1 (D1) หรือ เกีรย์ถอย (R) ทิ้งไว้เพื่อช่วยดึงรถถ้ารถไหล,หักพวงไปซ้ายสุด (เพราะว่าถ้ารถไหลจะได้ไม่ไหลลงไปชนเพื่อนร่วมทางให้เดือดร้อน อีกอย่างไหล่ทางอาจช่วยลดการไหลของรถยนต์ได้ เพราะมีต้นไม้และเนินดิน แต่ถ้าทางซ้ายเป็นเหว ก็อนุโลมให้หักพวงมาลัยไปทางขวาก็แล้วกัน ถ้าทางขวาไม่ใช่เหว แต่ถ้าซ้ายก็เหวขวาก็เหว ก็ตัวใครตัวมันแระกัน 55555555 **) เอาเป็นว่าถ้าไม่จำเป็นไม่ควรจอดช่วงทางชัน ควรหาที่จอดในจุดที่เป็นทางราบ หรือทางเบียงจะปลอดภัยมากกว่า

เทคนิค ขับรถ ขึ้น ลง เขา เกียร์ ออโต้

การขับรถลงเขา

  • ขาลงให้ใช้เกียร์ต่ำ 1-2 เหมือนตอนขาขึ้น
  • พยามใช้ระบบเกียร์สลอความเร็วรถให้มากที่สุดก่อน ก่อนที่จะเลือกใช้เบรค
  • หากจำเป็นต้องเหยียบเบรค ให้แตะเบรคเป็นระยะ ๆ อย่าแช่เบรค เพราะจะทำให้เบรคไหม้ได้
  • ไม่ควรแซงบริเวณทางชัน หรือทางโค้ง
  • !! ห้าม !! สำคัญมาก ห้ามทำสิ่งต่าง ๆ เหล่านี้เพื่อให้รถไหลลงจากเขา หรือที่สูง

                 –  ห้ามดับเครื่องยนต์ ** การดับเครื่องยนต์เท่ากับเป็นการฆ่าตัวตายเลยก็ว่าได้ เพราะ คุณจะไม่สามารถใช้ระบบ บังคับเลี้ยว,เบรค ได้ตามปกติ

                 – ห้ามเหยียบคลัชแช่ไว้ ** เพราะรถจะเกิดอาการร่อน เสียการควบคุม

                 – ห้ามปลดเกียร์ว่าง เป็นอันตรายมากมากพอ ๆ กับการเหยียบคลัชแช่

*** บางทานอาจคิดว่าช่วยประหยัดน้ำมัน แต่เชื่อเถอะมันไม่คุ้มกับชีวิตและทรัพย์สินแน่นอน

ที่กล่าวมาทั้งหมด เป็นประสบการณ์การใช้รถของ Admin เอง ที่ขับรถมาเป็นระยะทางไม่น้อยกว่า 1,000,000 กิโลเมตร อย่างแน่นอน หากมีข้อผิดพลาดประการใดหรือผิดหลักวิชาการต้องขออภัยไว้ ณ ที่นี้ด้วย หรือไม่ก็คิดว่าเป็นการแบ่งบันประสบการณ์ก็แล้วกัน